BOSS69

หลุมพาร์ 4 ตี 3 ครั้ง ทำไมป้ายคะแนนจึงขยับลงหนึ่ง

ลองเปลี่ยนจำนวนสโตรกของหลุมพาร์ 4 แล้วตามต่อไปถึงสกอร์สะสมของผู้เล่น

เริ่มอ่านจากหลุมเดียว

สมมติว่าคุณดูผู้เล่นคนหนึ่งตั้งแต่ก้าวขึ้นแท่นทีออฟของหลุมพาร์ 4 เขาตีไปถึงกรีนในสองสโตรกแล้วพัตต์ลงหลุมครั้งเดียว การ์ดของหลุมนี้บันทึก 3 สโตรก เมื่อต้องแสดงคะแนนเทียบพาร์ ให้นำ 3 ลบด้วย 4 ได้ −1 หลุมนี้เรียกว่าเบอร์ดี้ ตัวอย่างทั้งหมดใช้คะแนนจริงก่อนปรับแฮนดิแคป และสมมติว่าไม่มีโทษปรับเพิ่ม

สังเกตว่าหลุมถัดไปกำหนดพาร์เท่าไร

หลุมที่สองเป็นพาร์ 3 ถ้าผู้เล่นใช้ 4 สโตรก เขาทำโบกี้ที่หลุมนี้ ผลต่างเฉพาะหลุมคือ +1 ส่วนผลต่างสะสมตอนนี้เป็นศูนย์ เพราะเบอร์ดี้ของหลุมแรกหักล้างโบกี้ของหลุมถัดมา ถ้าป้ายขึ้น E หลังเล่นครบสองหลุม ให้อ่านว่าเสมอพาร์ในช่วงที่เล่นไป การ์ดยังคงเก็บคะแนนดิบ 3 และ 4 ไว้คนละช่อง

เติมหลุมที่สามแล้วตรวจยอดด้วยอีกวิธี

สมมติหลุมที่สามเป็นพาร์ 5 และผู้เล่นตีลงใน 5 สโตรก เขาทำพาร์ ผลต่างของหลุมคือ 0 เมื่อนำสโตรกทั้งสามหลุมมารวมกันจะได้ 3 + 4 + 5 รวม 12 ส่วนพาร์ทั้งสามหลุมคือ 4 + 3 + 5 รวม 12 เช่นกัน วิธีลบยอดรวมให้คำตอบเดียวกับการบวกผลต่างรายหลุม เหมาะกับเวลาที่คุณได้เห็นสกอร์การ์ดตอนจบรอบย่อยแทนการตามสด

เลข 4 บนสองหลุมมีชื่อเรียกต่างกันได้

ลองกลับไปดูครั้งเดียวกันที่ใช้สี่สโตรก ถ้าเป็นพาร์ 4 จะลงเท่าพาร์ แต่ถ้าเป็นพาร์ 3 จะเกินหนึ่ง ส่วนพาร์ 5 จะต่ำกว่าพาร์หนึ่ง ก่อนอ่านว่าเป็นเบอร์ดี้ พาร์ หรือโบกี้ จึงควรวางเลขพาร์ของหลุมนั้นไว้ข้างจำนวนสโตรกทุกครั้ง ถ้าป้ายกำกับว่าเป็นคะแนนสุทธิ ให้ตรวจแฮนดิแคปและรูปแบบการคิดของการแข่งขันเพิ่มเติม

นิยามคำเรียกคะแนนรายหลุมดูได้ใน อภิธานศัพท์ของ Northern California Golf Association ส่วนคำว่า Par มีคำอธิบายใน นิยามของ USGA ลองเลือก 3, 4 หรือ 5 สโตรกในตัวอย่าง หน้าแรก boss69 เพื่อเทียบผลด้วยตัวเอง